BEEFINAN

ภาวะเงินเฟ้อ กับ ผลกระทบตลาดธนาคารในประเทศไทย

ภาวะเงินเฟ้อ
ในเดือนมกราคม 2022 ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 3.23%

ประเทศไทยมี ภาวะเงินเฟ้อ เพิ่มสูงขึ้น โดยในเดือนมกราคม 2022 อยู่ที่ 3.23% ทำให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการจัดการเงินเฟ้อที่เกินจากกรอบเป้าหมายกำหนดไว้ที่ 1-3% รวมถึงความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางแนวคิดหลักทฤษฎีที่ว่า “เงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ย”

ปัจจัยที่ทำให้ ภาวะเงินเฟ้อ เพิ่มสูงขึ้น

ปัจจัยภาวะเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อสะท้อนให้เห็นถึงต้นตอของปัญหาที่เกิดจากภาคอุปทาน

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาพิจารณาถึงปัจจัยเป็นผลมาจากน้ำมันถึง 2.25% อาหารสด 0.63% และเงินเฟ้อพื้นฐานเพียง 0.35% สะท้อนให้เห็นถึงต้นตอของปัญหาที่เกิดจากภาคอุปทานเป็นหลัก ไม่ใช่เกิดจากภาคอุปสงค์ หรือปริมาณเงินที่มากเกินไป ดังนั้นการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางอาจไม่ใช่เครื่องมือหลักในการจัดการกับปัญหาภาคอุปทานที่เกิดจากราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ราคาอาหารสด เช่น ราคาเนื้อสัตว์ เพิ่มขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

บริบทปัจจุบันของประเทศไทย

ภาวะเงินเฟ้อของเศรษฐกิจไทย
การขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นการชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และอาจสร้างความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

ประเทศไทยเศรษฐกิจไทยในปี 2021 ขยายตัว 1.6% จากที่หดตัวอย่างรุนแรง 6.1% ในปีก่อนหน้า สะท้อนว่าปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัวจาก ภาวะเงินเฟ้อ และไม่ได้กลับเข้าสู่ระดับก่อนเกิดโควิด สภาวะเช่นนี้ การขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นการชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาจทำให้เส้นทางการเติบโตต้องเปลี่ยนแปลงชะลอลงไปจากเดิม และสร้างความเสี่ยงให้กับระบบเศรษฐกิจ ซึ่งขัดกับเป้าหมายสูงสุดของธนาคารกลางในการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ

การให้ความสำคัญกับ “เครื่องมือ” มากกว่า “เป้าหมาย”

กล่าวคือให้ความสนใจกับ ภาวะเงินเฟ้อ มากกว่าเป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำเตือน คือ การให้น้ำหนักกับปัจจัยต่าง ๆ อย่างสมเหตุสมผล และหากพิจารณาถึงอนาคต ประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหานี้จริงหรือไม่ ? โดยช่วงหลายปีที่ผ่านมา เงินเฟ้อเฉลี่ยระยะ 5 ปีของไทยลดต่ำลงเรื่อย ๆ

เครื่องมือ กับ เป้าหมาย
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เงินเฟ้อเฉลี่ยระยะ 5 ปีของไทยลดต่ำลงเรื่อย ๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 0.57%

ในช่วงปี 2017-2021 เงินเฟ้อไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.57% ลดลงจากช่วงปี 2012-2016 ที่ 1.28% และช่วงปี 2007-2011 ที่ 2.79% สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้ตกอยู่ในภาวะวิกฤต ท่ามกลางราคาสินค้าหลายประเภทที่ถูกกำหนดราคาแทรกแซงจากภาครัฐ และจำนวนประชากรมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

สรุป 5 สาเหตุ ต้นตอเงินเฟ้อที่กำลังสร้างความปวดหัวให้รัฐบาลทั่วโลก

สำหรับ ภาวะเงินเฟ้อ ตามความหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นหมายถึง ภาวะราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งถ้าหากเพิ่มขึ้นมากจะกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน

1) ปัญหาใหญ่ คือ การแพร่ระบาดของโควิด-19

เข้าสู่ปีที่ 3 สำหรับการแพร่ระบาด และยังมีสายพันธุ์ใหม่อย่างโอไมครอนเข้ามาทำให้ภาคการผลิตทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 2020 ไม่สามารถมีกำลังการผลิตสูงสุดได้ ส่วนหนึ่งเกิดจาก “ปัญหาของการขาดแคลนแรงงาน” โดยบางส่วนได้รับผลกระทบจากการติดโควิด-19 ทำให้ภาคการผลิตต้องปรับเปลี่ยนให้แรงงานหมุนเวียน เป็นผลทำให้การผลิตนั้นลดลง

2) โรงงานของโลกเกิดปัญหา ราคาพลังงานเลยสูงขึ้น

อย่างที่เราทราบกันดีว่าจีนนั้นเป็นโรงงานของโลก ผลิตสินค้าราคาถูก และยังเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ของภาคการผลิตทั่วโลก ในช่วงที่ผ่านมาจีนได้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีปัญหาการชะงักของภาคการผลิต เนื่องจากเมืองอื่น ๆ ในประเทศจีนต้องล็อกดาวน์จากนโยบาย Zero Covid

สาเหตุของภาวะเงินเฟ้อ
ภาวะราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง หากเพิ่มขึ้นมากจะกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน

3) ภาคการขนส่งเกิดคอขวด

ด้วยปัญหาของโควิด-19 ท่าเรือหลายแห่งปิดตัวลงชั่วคราว ส่งผลทำให้เกิดคอขวดในท่าเรือหลายแห่งต้องเร่งการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์จากเรือลงมา ในกรณีดังกล่าวนี้นั้นเกิดขึ้นที่ท่าเรือหลายแห่งทั้งในสหรัฐอเมริกา หรือบริเวณอื่น ๆ ทั่วโลก

4) ผลิตไม่ทันความต้องการของมนุษย์

เมื่อความต้องการสินค้าของมนุษย์ในช่วงการแพร่ระบาดไม่ได้ลดลง อย่างไรก็ดีในบางสินค้าอาจมีการผลิตที่ลดลง แต่ความต้องการนั้นกลับเข้าสู่สภาวะปกติ อย่างเช่น รถยนต์ ฯลฯ ขณะเดียวกันในภาคการผลิตที่ยังกลับมาไม่ได้ 100% ส่งผลทำให้เกิดปัญหาทันที

5) ผลกระทบทางอ้อมจากนโยบายการเงินของธนาคารกลาง

เหตุการณ์ ภาวะเงินเฟ้อ ในรอบนี้ ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของธนาคารกลางทั่วโลกที่อัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากป้องกันไม่ให้ระบบเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดและพยายามที่จะทำให้กลับมาให้ได้ไวที่สุด

ปรากฎการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้นในสภาวะของการแพร่ระบาด

ภาวะเงินเฟ้อกับโควิด-19
หลายประเทศเริ่มกลับมาทบทวนนโยบายในการตั้งโรงงานในประเทศเพื่อสามารถผลิตสินค้า

สำหรับปรากฏการณ์ ภาวะเงินเฟ้อ ที่เพิ่มขึ้นสูง ในขณะนี้สิ่งที่ทำได้สำหรับประชาชน คือ ต้องภาวนาให้ภาคการผลิตทั่วโลกกลับมาผลิตสินค้าได้ตามปกติ รวมถึง Supply Chain ต่าง ๆ หลายประเทศเริ่มกลับมาทบทวนนโยบายในการตั้งโรงงานในประเทศเพื่อสามารถผลิตสินค้าต่าง ๆ แถมลดการพึ่งพาภาคการผลิตโดยเฉพาะจากประเทศจีนมากขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้จากประเทศอย่างสหรัฐ ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินเดีย หรือหลากหลายประเทศในยุโรป มีการสนับสนุนให้มีการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ หรือขยายไปในประเทศอื่นๆ เพื่อป้องกัน ปัญหา Supply Chain ซ้ำรอยในรอบนี้