BEEFINAN

เตรียมเฮ! ครม. อนุมัติแล้ว “คนละครึ่งเฟส 4” ต้นปี 2565 ระยะเวลา 2 เดือน

คนละครึ่งเฟส 4

ครม.เคาะแล้ว! “โครงการคนละครึ่งเฟส 4” เริ่ม 1 มีนาคม 2565 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2565 ระยะเวลาร่วม 2 เดือน เผยรายละเอียดผู้ลงทะเบียนใหม่ รายชื่อผู้ลงทะเบียนเดิม ผู้เข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนมีสิทธิ์ได้ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ผ่านมา 3 เฟส ได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างมาก

คนละครึ่งเฟส 4
เผยรายละเอียดผู้ลงทะเบียนใหม่ รายชื่อผู้ลงทะเบียนเดิม ผู้เข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนมีสิทธิ์ได้

เห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรมในแง่ของการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือน ซึ่งโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่เพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ผลลัพธ์ของโครงการพบว่า มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 27.98 ล้านคน มีผู้ใช้สิทธิ์จำนวน 26.30 ล้านคน โดยแบ่งออกเป็นผู้ที่ใช้เต็มวงเงินจำนวนทั้งสิ้น 6.5 ล้านคน และผู้ที่ใช้ไม่เต็มวงเงินจำนวน 19.80 ล้านคนผลสำเร็จของโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่ผ่านมา พบวงเงินสะพัดจำนวน 2.04 แสนล้านบาท โดยวงเงินที่ถูกใช้จ่ายมากที่สุด คือ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม  81,255 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 76,750 ล้านบาท ร้านธงฟ้าประชารัฐ 32,786 ล้านบาท ร้านค้า OTOP 9,777 ล้านบาท ธุรกิจการบริการ 3,521 ล้านบาท และบริการขนส่งสาธารณะ 234 ล้านบาท

ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในภาคครัวเรือนและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

ล่าสุด นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังนำเสนอต่อที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา มีมติ เห็นชอบโครงการคนละครึ่งเฟส 4 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในภาคครัวเรือนและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยจุดประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รักษากำลังซื้อ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโต จึงมีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการคนละครึ่งเฟส 4 ที่มีกำหนดเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2565 รวมระยะเวลา 2 เดือน โดยจะใช้งบประมาณคงเหลือจากเฟส 3 จำนวนกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ วงเงินที่ประชาชนจะได้รับกำลังอยู่ในระหว่างการประชุมพิจารณา

รายละเอียดโครงการคนละครึ่ง
โดยจุดประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รักษากำลังซื้อ

รายละเอียดโครงการคนละครึ่ง

  • รัฐบาลจะเป็นผู้จ่าย 50% บวกกับกำลังซื้อของประชาชน 50%
  • สามารถนำไปใช้ได้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ร้านธงฟ้า ร้านค้าประชารัฐ และบริการ Food Delivery
  • ได้รับวงเงินคนละ 150 บาท/วัน/คน
  • สามารถทบยอดในวันถัดไปได้ โดยจะตัดยอดรวมในเวลา 06:00 น. ของเช้าวันถัดไป

การลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์

  • สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่ผ่านมา ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่ต้องยืนยันสิทธิ์อีกครั้งผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • สำหรับคนที่ยังไม่เคยลงทะเบียนในโครงการครั้งก่อน จะต้องลงทะเบียนใหม่ โดยสามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง คือ 1.) ทาง WWW.คนละครึ่ง.COM และช่องทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน
พิจารณาเรื่องงบประมาณ วงเงิน ช่วงเวลาที่เปิดให้ลงทะเบียน รวมถึงเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียน

คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน

  1. ต้องมีสัญชาติไทย
  2. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
  3. ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  4. ไม่เป็นผู้เข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้
  5. ประชาชนสามารถเลือกเข้าร่วมได้เพียง 1 โครงการเท่านั้น

สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 4 ต้นเดือนมีนาคมที่กำลังจะมาถึงนี้

กำลังอยู่ในระหว่างการประชุมพิจารณาเรื่องงบประมาณ วงเงิน ช่วงเวลาที่เปิดให้ลงทะเบียน รวมถึงเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนเพิ่มเติม นอกจากโครงการคนละครึ่งเฟส 4 แล้ว ในการประชุมครม. ยังพูดถึงคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนรับสิทธิ์ที่เข้าร่วมโครงการ “ช้อปดีมีคืน 2565” ที่มีกำหนดระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ได้ เนื่องจากช่วงเวลาของทั้ง 2 โครงการไม่ได้ทับซ้อนกัน

โครงการช้อปดีมีคืน
ซื้อสินค้าหรือรับบริการใดก็ตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและสินค้าที่ได้รับการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชน

รายละเอียดโครงการช้อปดีมีคืน 2565

โครงการที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยกำหนดให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการใดก็ตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและสินค้าที่ได้รับการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งจะได้รับใบกำกับภาษี นำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2565 ในวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท/คน ซึ่งคุณสมบัติของผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืน มีดังนี้

  1. ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปในวันที่ลงทะเบียน
  2. สามารถเลือกเข้าร่วมโครงการได้เพียง 1 โครงการเท่านั้น (ยกเว้นบางกรณี)
  3. ต้องไม่เป็นผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ ผู้ที่เข้าร่วมโครงการอื่น ๆ ของทางรัฐบาล
  4. ต้องเป็นผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ในโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ

ทั้งนี้ สำหรับเงื่อนไขเพิ่มเติมของทั้ง 2 โครงการ สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทรวงการคลัง หรือทาง www.mof.go.th