BEEFINAN

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการซื้อทองเก็บ ผลตอบแทนคุ้มค่าไหม

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการซื้อทองเก็บ ผลตอบแทนคุ้มค่าไหม

การซื้อทองเก็บสะสม เป็นการลงทุนและยังเป็นการออมเงินอีกอย่างเลยก็ว่าได้ ด้วยทองคำเป็นทรัพย์สินมีค่าเทียบเท่าเงินตรา เป็นทรัพย์สินมีค่าถาวรไม่เสื่อมสลายหรือด้อยค่าไปตามกาลเวลา เพียงแต่มันจะราคาเพิ่มขึ้นหรือลงตามความเป็นไปทางเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น อีกหนึ่งอย่างเลยคือผลตอบแทนเติบโตช้าไม่ทันกับค่าเงินเฟ้อในแต่ละปี ทองคำจึงกลายมาเป็นปัจจัยที่ถูกจับตามองสำหรับเก็บออมแทนการออมเงิน เช็ค ราคาทองคำวันนี้ ได้เลย

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการซื้อทองเก็บ

1. ความต้องการในการซื้อทองคำ

การเลือกซื้อทองในแต่ละความต้องการให้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน หากซื้อได้ตรงตามความต้องการทั้งประเภทและปริมาณ ถูกที่ถูกเวลา จะได้ประโยชน์ที่มากกว่า เช่น ซื้อเพื่อการลงทุนทองคำ นักลงทุนต้องการผลตอบแทนเป็นเงินกำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อกับราคาขาย ปัจจัยราคาเป็นสาระสำคัญของนักลงทุน การตัดสินใจเข้าซื้อจะเกิดเมื่อเชื่อว่าแนวโน้มราคาทองในระยะอันใกล้ ระยะกลางหรือระยะยาว กำลังมุ่งไปในทิศทางสูงขึ้น และพร้อมที่จะขายทำกำไรทันทีเมื่อได้ราคาตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่หากซื้อเพื่อการออม นักออมไม่ได้ให้ความสำคัญกับราคามากนัก แต่จะซื้อเก็บตามวันและเวลาที่ระบุในโปรแกรมออมทองได้ตามราคาตลาด คาดหวังว่าทองคำที่ออมสะสมจะเป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวในอนาคต มูลค่ารวมทองคำที่เก็บออมหากสูงกว่าค่าเฉลี่ยเงินที่ใช้ออมทอง จะเป็นผลตอบแทนการออมทองอีกส่วนหนึ่ง

2. ประเภททองคำ

ทองคำที่พบเห็นในตลาด มีด้วยกัน 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง ลักษณะจะเป็นแท่งขนาดต่าง ๆ ตามบล็อกที่ใช้ผลิต แยกขนาดตามปริมาณน้ำหนัก ได้รับความนิยมซื้อขายเพื่อการลงทุนหรือเพื่อการเก็บออมเป็นสำคัญ ทองรูปพรรณเป็นทองที่แปรรูปออกมาเป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ สร้อยแขน แหวน ต่างหู จี้ และอื่น ๆ ได้รับความนิยมใช้สวมใส่เป็นเครื่องประดับสวยงามและเก็บออมไปด้วยในตัว

3. มาตรฐานความบริสุทธิ์ทองคำ

มีด้วยกันหลายค่ามาตรฐาน ขึ้นอยู่กับความนิยมในแต่ละประเทศ ประเทศไทยนิยมซื้อขายทองคำความบริสุทธิ์ 96.50% และ 99.99% ทองคำ 96.50% เป็นทองคำมีส่วนผสมเงินและทองแดง เนื้อทองมีความแข็ง เมื่อแปรรูปเป็นเครื่องประดับ ได้ทั้งความสวยงามและความแข็งแรงทนทาน ทองคำ 99.99% เป็นทองคำค่าความบริสุทธิ์สูงสุดในบรรดาทองคำด้วยกัน ได้รับการยอมรับอย่างเป็นสากล หลายประเทศใช้วางเป็นทุนสำรองเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินและการออกพันธบัตร

4. มาตรวัดน้ำหนักทองคำ

ประเทศไทยใช้มาตรวัดหน่วยเป็น “บาท” 1 บาท เท่ากับน้ำหนักทองคำ 15.244 กรัม ส่วนทองคำซื้อขายกันในตลาดโลกใช้หน่วยเป็น “ออนซ์”  1 ออนซ์ เท่ากับน้ำหนักทองคำ 31.103 กรัม การแปลงหน่วยวัดที่แตกต่างกัน ใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วนและอิงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

5. ราคาทองคำ

ราคาซื้อขายกันตามร้านจำหน่ายทองจะอิงราคาประกาศของสมาคมค้าทอง ราคาที่ซื้อขายกันในตลาดเทรดทอง จะเป็นไปตามกลไกของตลาดระหว่างเปิดการเทรด เป็นไปได้ที่ราคาจะสูงหรือต่ำกว่าราคาประกาศของสมาคมค้าทอง ขึ้นอยู่กับแรงซื้อขายของตลาดเทรดทองและปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบในแต่ละวัน ราคาประกาศของสมาคมค้าทองกับราคาในตลาดเทรดทอง มีความสัมพันธ์กันแบบสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

6. ค่าธรรมเนียมการซื้อทอง

การซื้อทองจะมีการคิดค่าธรรมเนียมต่างหากจากราคาตามน้ำหนักทอง ซึ่งทองคำแท่งจะเรียกว่าค่าบล็อก ซึ่งร้านค้าปลีกทองคำส่วนใหญ่จะคิด 250 – 300 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ อย่างไรก็ตาม จีแคปคิดค่าบล็อกทุกไซส์ที่ 99 บาทต่อ 1 แท่ง ไม่ว่าจะน้ำหนักเท่าไหร่ก็ตาม และการซื้อทองคำแท่งน้ำหนัก 5 บาทขึ้นไป จะยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าบล็อกอีกด้วย ส่วนทองรูปพรรณเรียกว่าค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 600 – 1200 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลวดลายและความยากง่ายของการทำทองรูปพรรณชิ้นนั้น ๆ  

7. ตลาดซื้อขายทองคำ

ร้านจำหน่ายทองคำทุกร้านถือเป็นตลาดซื้อขายทองคำ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณสามารถซื้อขาย แลกเปลี่ยนได้กับทุกร้าน แต่การซื้อและขายกับร้านเดียวกันจะไม่ถูกกดราคามากนัก ตลาดเทรดทองเป็นตลาดทองอีกรูปแบบหนึ่ง แต่เป็นการซื้อขายทองคำด้วยราคาทองที่ผู้เข้าเทรดส่วนใหญ่มุ่งเน้นแสวงหากำไรเป็นเงินส่วนต่างของราคาทองที่เทรดกัน ไม่ได้มุ่งที่จะเอาทองมาไว้ในครอบครองเหมือนการซื้อทองเก็บสะสม

8. ปัจจัยทำให้ราคาทองคำขึ้นลง

ทองคำเป็นทรัพย์สินมีค่าเทียบเท่าเงินตรา หากสกุลเงินอ่อนค่านักลงทุนจะย้ายเงินทุนไปซื้อทองคำแทนส่งผลให้ราคาทองคำสูงขึ้น แต่หากสกุลเงินแข็งค่านักลงทุนจะถอนเงินลงทุนในทองคำไปซื้อค่าเงินหรือผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่นแทน ก็จะส่งผลให้ราคาทองคำลดต่ำลง ทั้งนี้ ทั้งนั้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำขึ้นลงได้ 

9. ซื้อทองคำตอนไหนดี

ปัจจัยที่นำมาใช้ประเมินว่าควรจะเข้าซื้อทองตอนไหนจึงจะดีที่สุด ส่วนใหญ่จะพิจารณาจากข้อมูลสถิติของกราฟเทคนิคราคาทองควบคู่กับปัจจัยพื้นฐานและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ซึ่งช่วงที่ดีที่สุด คือ ช่วงที่ราคาทองลดลงถึงจุดต่ำสุดแล้วและกำลังมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางขาขึ้น โดยนักวิเคราะห์ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าราคาทองกำลังจะมีแนวโน้มสูงขึ้น

10. ควรเก็บทองไว้นานแค่ไหน

ไม่มีกำหนดเวลาตายตัวว่าควรจะเก็บทองไว้นานแค่ไหน หากเป็นนักลงทุน เมื่อเห็นว่ามีกำไรก็จะขายทำกำไรทันที แล้วค่อยเริ่มเก็บใหม่ หรือเมื่อเห็นว่าการโยกเงินไปลงทุนอย่างอื่นจะให้ประโยชน์สูงกว่า แต่ถ้าหากไม่มีแผนจะใช้เงินเลยอาจเก็บไปเรื่อยๆ เพื่อตอนเกษียณที่ไม่ได้ทำงานและไม่มีรายได้แล้ว แต่ก็ยังมีทรัพย์สินและสามารถเก็บเป็นมรดกส่งต่อให้ลูกหลานได้

สามารถติดตามเรื่องเกี่ยวกับการเงินได้ที่ เท่าทันทุกเรื่องการเงินกับ Beefinan

Supawit Nitipatnakun