BEEFINAN

10 กองทุนจีน ปี 2023 จากประเทศที่ GDP สูงขึ้นทุกปี

10 กองทุนจีน ปี 2023 จากประเทศที่ GDP สูงขึ้นทุกปี

ประเทศจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ทางเศรษฐกิจโลก เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ การันตีจาก GDP สูงขึ้นทุกปี การลงทุนกองทุนจีนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนสนใจ ซึ่งในไทยบ้านเรามีกองทุนจีนมากมายแตกต่างกันออกไป รวมถึงกลยุทธ์หรือการบริหาร ดังนั้นผลตอบแทนและความเสี่ยงการลงทุนไม่เท่ากัน วันนี้เราได้คัด 10 กองทุนจีน ปี 2023 ที่น่าสนใจมากฝากกัน และยังสามารถลงกับแอปการลงทุน เพื่อเป็นอีกแหล่งข้อมูลให้พิจารณากัน

สารบัญ

10 กองทุนจีน ปี 2023

1. กองทุนจีน กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ)

เปิดด้วยกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ กับ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ) ที่มาพร้อมการจ่ายเงินตามนโยบายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง กระจายการลงทุนไปให้ครบทุกกลุ่มตลาดของจีน โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ในหมวดอุตสาหกรรม แถมยังให้ผลตอบแทนสูง กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม รวมถึงหลักทรัพย์อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีนในอนาคต ยังสามารถลงทุนในระยะยาวเพราะตลาดจีนยังสามารถเติบโตได้อีกไกลในอนาคตนั่นเอง

2. กองทุนจีน กองทุนเปิดฟิลลิป ไชน่า กรีน เอ็นเนอร์จี แอนด์ เอ็นไวรอนเมนท์ (P-CGREEN)

อีกหนึ่ง กองทุนจีน ปี 2023 กับ กองทุนเปิดฟิลลิป ไชน่า กรีน เอ็นเนอร์จี แอนด์ เอ็นไวรอนเมนท์ (P-CGREEN) โดยจะเลือกลงทุนใน Green Tech พลังงานสะอาด โดยเฉพาะรถ EV และยังใช้สกุลเงิน USD โดยลงทุนกับในทุกนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อมตามนโยบายของรัฐบาลของจีน ไม่ว่าจะเป็น CATL ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และ เทคโนโลยี Solar Cell เรียกได้ว่ากองทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าจับตามองอีกตัวเลยก็ว่าได้

3. กองทุนจีน กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไชน่า อิควิตี้ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่ไม่รับเงินปันผล (MCHINAGA)

กองทุนที่ได้รับการการันตี 5 ดาวจากการจัดอันดับระดับโลกของ Morningstar กับ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไชน่า อิควิตี้ ที่จะลงทุนผ่านกองทุน Allianz China A-Shares แถมยังมาพร้อมกลยุทธ์ที่จะเน้นการลงทุนไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต ทั้ง Consumer และ Healthcare นั่นเอง อุตสาหกรรมเหล่านี้แหละที่จะเปิดโอกาสในการรับผลตอบแทนสูงที่ให้มากกว่าดัชนีของตลาด แถมยังเป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่เป็นหลักด้วย

4. กองทุนจีน กองทุนเปิด เกรธเธอร์ ไชน่า (GC)

กองทุนจีนที่ลงทุนกระจายตัวในบริษัทยักษ์ใหญ่ ผลตอบแทนย้อนหลังติดอันดับ กับ กองทุนเปิด เกรธเธอร์ ไชน่า (GC) แถมยังเป็นกองระดับ 4 ดาวจากการจัดอับดับของ Morningstar อีกด้วย สำหรับกองทุนนี้เองจะกระจายตัวในการลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศในหลากหลายหมวด ไม่ว่าจะ IT, Consumer Discretionary, Financials, Industrials โดยทรัพย์สิน 5 อันดับแรกคือหุ้นของ Tencent Alibaba และ Shimao ยิ่งกว่านั้นคือ กองทุนตัวนี้ยังเป็นกองทุนจีนติดอันดับกองทุนที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีสูงสุดอีกด้วย

5. กองทุนจีน กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า อิควิตี้ ทริกเกอร์ 5M#4 (TCHT5M4)

กองทุนจีน ปี 2023 และยังเป็นกองทุนเปิด ทิสโก้ พันธบัตรระยะสั้นด้วย โดยเป็นประเภทกองทุนตามนโยบายการลงทุน กองทุนรวมตราสารทุน และอ้างอิงกลุ่มดัชนี HSCE กระจายการลงทุนใน IT และ Financial เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Hang Seng China Enterprises Index ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เรียกได้ว่าเป็นกองทุนที่น่าจับตามองเลยทีเดียว เพราะว่ามีการกำหนดเป้าหมายทำผลตอบแทนให้ได้ 5% ในเวลา 5 เดือน แต่ที่น่าเสียดายเลยคือ ไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล นั่นเอง

6. กองทุนจีน กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เกรธเธอร์ ไชน่า (UOBSGC)

ไม่พูดถึงกองทุนจีนตัวนี้ไม่ได้เลย กับ กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เกรธเธอร์ ไชน่า (UOBSGC) โดยจะเน้นลงทุนใน United Greater China ครอบคลุมจีน ฮ่องกง ไต้หวัน เรียกได้ว่าเป็นกองทุนที่น่าสนใจไม่แพ้กองทุนอื่นเลย มีผลงานโดดเด่นได้รับการการันตี 5 ดาวจากการจัดอับดับของ Morningstar อีกด้วย แถมยังมีจุดเด่นที่น่าจับตามองอีกอย่าง คือ กระจายในการลงทุนไปทุกอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย

7. กองทุนจีน กองทุนเปิดกรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์ปันผล (KF-HCHINAD)

กองทุนจีน กองทุนเปิดกรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์ปันผล (KF-HCHINAD) กองทุนรวมลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนตราสารทุนต่างประเทศ ที่มีการซื้อขายขั้นต่ำอยู่ที่ 500 บาท เน้นหุ้นฮ่องกงและไต้หวัน และยังครอบคลุมตลาดไอทีมากที่สุด และรองลงมาคือ สินค้าฟุ่มเฟือย และยังกระจายตัวไปในทุกกลุ่มอื่น ๆ อีกด้วย ถ้าพูดถึงผลการดำเนินงานเรียกได้ว่ากองทุนก็มีความโดดเด่นติดอันดับท็อปมาอย่างยาวนานเลย

8. กองทุนจีน กองทุนเปิดทหารไทย China Equity Index (TMBCHEQ)

อีกหนึ่งกองทุนที่น่าสนใจอย่างมาก กับ กองทุนเปิดทหารไทย China Equity Index (TMBCHEQ) เป็นกองทุนจีนเชิงรับ ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี FTSE China A50 สำหรับกองทุนนี้เองยังได้รับการการันตีถึง 3 ดาวจากการจัดอันดับของ Morningstar เน้นการลงทุนจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง สัดส่วนอยู่ในหมวด Financials รองลงมาคือ หมวดสินค้าอุปโภคบริโภคหรือสินค้าจำเป็น ข้อควรระวังไม่เหมาะแก่การถือเพื่อทำกำไรในระยะสั้น เพราะว่า กองทุนนี้ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและลงทุนกระจุกตัว นั่นเอง

9. กองทุนจีน กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ (SCBCHA)

อีกหนึ่งกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ เน้นลงทุนในตราสารทุน กับ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ (SCBCHA) ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในสกุลเงินหยวน (RMB) เพียงกองเดียว เน้นหุ้นด้านการบริโภคในจีน โดยลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี CSI 300 และยังเน้นการลงทุนในหุ้นเกี่ยวกับการบริโภคภายในประเทศจีน ทั้ง ธุรกิจประกันภัย สถาบันการเงินรายใหญ่ รวมไปถึงสุราจีนที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย

10. กองทุนจีน กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อีโวลูชั่น ไชน่า อิควิตี้ (ASP-EVOCHINA)

ปิดท้ายด้วย กองทุนจีน ปี 2023 กับ กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อีโวลูชั่น ไชน่า อิควิตี้ (ASP-EVOCHINA) กองทุนตราสารทุน เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการวิวัฒนาการจีนยุคใหม่ โดยจะเน้นลงทุนกับวิวัฒนาการและอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตในหมวดอุตสาหกรรม Consumer, Healthcare และ E-commerce ยิ่งไปกว่านั้นคือ แบ่งการลงทุนในหุ้นรายตัวกลุ่มบริษัทยาและอุตสาหกรรมที่เติบโตของในประเทศจีนด้วย

บทสรุป

เป็นยังไงกันบ้างกับ 10 กองทุนจีน ปี 2023 จากประเทศที่ GDP สูงขึ้นทุกปี ตลาดจีนนั้นถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่มันมีสิ่งที่ต้องระวังกันไว้เลยคือ การลงทุนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะ กองทุนผลตอบแทนสูง กองทุนต่างชาติ หุ้นปันผล แน่นอนว่ามีความผันผวนสูงและคาดเดาได้ยาก ดังนั้นเลยจะต้องรับมือให้ได้กับความเสี่ยงและความผันผวนในอนาคต ตัดสินใจด้วยความรอบคอบในการลงทุน

สามารถติดตามเรื่องเกี่ยวกับการเงินได้ที่ เท่าทันทุกเรื่องการเงินกับ Beefinan

Supawit Nitipatnakun