BEEFINAN

เคล็ดไม่ลับวิธีจัดการการเงินของฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน 

เรื่องของการเงินเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ถ้าหากเราสามารถที่จะจัดการระบบการเงินต่างๆได้ ก็จะส่งผลทำให้อะไรรับรายจ่ายของเรานั้นมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น และเราสามารถที่จะทำให้การเงินของเราเกิดสภาพคล่องในรูปแบบที่เราต้องการ สำหรับใครที่มักจะมีการจดบันทึกรายรับรายจ่ายอยู่แล้ว ก็เป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยทำให้คุณนั้นได้ทบทวนพฤติกรรมในเรื่องของการใช้จ่ายของตนเองทางด้านต่างๆ และมองเห็นจุดบอดรวมไปถึงสิ่งที่จะช่วยลดภาระของคุณได้ ในกรณีที่คุณต้องการที่จะประหยัดเงินค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น สำหรับวันนี้เราได้นำเอาข้อมูลรายละเอียดที่น่าสนใจ เกี่ยวกับวิธีการวางแผนการเงินของผู้ที่มีรายได้ไม่ค่อยแน่นอน ลองไปดูกันซิว่าจะมีเทคนิคในการจัดการอย่างไรกันบ้าง 

จัดการระบบการเงิน

เทคนิคในการจัดการระบบการเงินของฟรีแลนซ์ 

ผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรือผู้ที่ทำงานในลักษณะของฟรีแลนซ์ ก็คงจะต้องมีการระมัดระวังในเรื่องของการจัดการรายละเอียดค่าใช้จ่ายสักหน่อย ถ้าหากเผลอเรอและมีการใช้เงินเกินตัวก็อาจจะทำให้ระบบการเงินมีปัญหาได้ในภายหลัง โดยเทคนิคในการจัดการการเงินสำหรับผู้ที่มีรายได้ในลักษณะต่างๆเหล่านี้ มีเคล็ดไม่ลับซึ่งจะทำให้คุณนั้นสามารถที่จะมีเงินพอใช้และไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาแนะนำกัน 

  • การทำบัญชีค่าใช้จ่ายรายเดือน การทำบัญชีค่าใช้จ่ายโดยคุณจะต้องมีการจดบันทึกทุกอย่าง เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่คุณจำเป็นต้องใช้ในแต่ละเดือน โดยจะต้องคิดและพิจารณาให้ดี ยกตัวอย่างเช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าประกัน ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ โดยค่าใช้จ่ายต่างๆเหล่านี้นั้นจะต้องคิดให้รอบคอบโดยจะทำให้เราทราบว่าในแต่ละเดือน เราจะมีเงินในการใช้จ่ายทั้งหมดจำนวนกี่บาท เพื่อที่จะใช้ในการพิจารณาว่าเราจะต้องหารายได้แต่ละเดือนเป็นจำนวนเงินกี่บาท 
  • จดบันทึกรายรับรายจ่าย บันทึกรายรับรายจ่ายเป็นสิ่งที่สำคัญหลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามอย่างแรง เนื่องจากเรานั้นมีรายได้ไม่แน่นอน ถ้าหากเราไม่จดรายรับและรายจ่ายอาจจะทำให้เราลืมค่าใช้จ่ายบางอย่าง แล้วเมื่อถึงสิ้นเดือนก็อาจจะทำให้เงินในระบบมีปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลังได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราจดบันทึกในเรื่องของรายรับรายจ่ายก็จะทำให้คุณนั้นใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย และรู้ว่ารายรับกับรายจ่ายนั้นสิ่งใดที่มากกว่ากัน แล้วควรที่จะจัดการการเงินในระบบของคุณอย่างไร 
เงินสำรองเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
  • จะต้องมีเงินสำรองเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ในบางครั้งชีวิตของคนเราก็มักจะเกิดอะไรที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอ หลังจากที่เรามีการทำบันทึกรายรับรายจ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดือนไหนที่เรามีเงินเหลือมากเป็นพิเศษก็ควรที่จะแบ่งมาเก็บไว้ในกองเงินก้อนเอาไว้ใช้สำหรับในยามฉุกเฉิน โดยควรที่จะมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เนื่องจากเราไม่มีทางรู้เลยว่าอาจจะเกิดเหตุจำเป็นที่ต้องใช้เมื่อไหร่ และแน่นอนว่าเมื่อมีรายได้เข้ามาก็จะทำให้เรานั้นสามารถใช้เงินในส่วนนี้ไปได้นั่นเอง แล้วทำให้เงินต่างๆในระบบนั้นไม่เกิดการติดขัดหรือมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพคล่อง 
  • ไม่สร้างหนี้เพิ่มและไม่สร้างหนี้ผูกพัน โดยปัจจุบันนี้มีสินเชื่อตัวหลายตัวออกมาให้กับผู้ที่ทำงานในลักษณะของฟรีแลนซ์มากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเราก็มีของล่อตาล่อใจจำนวนมากเช่นเดียวกัน และถ้าหากคุณไปทำการเพิ่มนี่ในช่องทางต่างๆ ซึ่งเป็นหนี้ในระยะยาว ยกตัวอย่างเช่น มีการกู้เพื่อสร้างบ้าน อาจจะผ่านในระยะแรกเนื่องจากในช่วงนั้นคุณอาจจะมีรายได้ค่อนข้างสูง แต่ถ้าหากเป็นระยะเวลานาน 20 ถึง 30 ปี ไม่มีสิ่งใดการันตีได้ว่าอาชีพที่คุณทำอยู่นั้นจะมีความมั่นคง หากผ่อนไปแล้วเป็นระยะเวลา 10 ปี แล้วเกิดปัญหาติดขัดในเรื่องของการเงินในการทำงานขึ้นมา หนี้ที่เกิดจากการสร้างบ้านก็จะกลายเป็นภาระหนี้สินก้อนใหญ่ที่คุณแก้ไม่ตก 
  • ควรแบ่งออมเงินเพื่ออายุในวัยเกษียณ ด้วยความที่ลักษณะการทำงานและหาเงินของเรานั้นไม่เหมือนกับผู้ที่มีงานประจำ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีการคิดและมีการวางแผนในเรื่องของการเงินต่างๆเอาไว้ให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยสูงอายุที่เราไม่สามารถทำงานหนักหนักได้เหมือนกับในช่วงวัยหนุ่มสาว ก็จะต้องมีในเรื่องของการลงทุน มีเงินออมเก็บเอาไว้ใช้ในยามที่เราแก่เฒ่า หรือเราไม่สบายแล้วไม่สามารถใช้ร่างกายทำงานได้นั่นเอง 
ออมเงินเพื่ออายุในวัยเกษียณ

การจัดการการเงินทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับตัวของคุณเอง ว่าจะสามารถยับยั้งชั่งใจในเรื่องของการใช้เงินได้หรือไม่ ทั้งหมดทั้งมวลถ้าหากเรามีวินัยในการเก็บเงิน และมีการเก็บเงินแยกแบ่งเป็นประเภทต่างๆอย่างชัดเจน ก็จะทำให้ระบบการเงินของคุณนั้นสามารถที่จะใช้ได้อย่างมีสภาพคล่อง