BEEFINAN

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนจะไปขอสินเชื่อบ้าน สำหรับมือใหม่ความรู้ไม่มาก

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนจะไปขอสินเชื่อบ้าน สำหรับมือใหม่ความรู้ไม่มาก

สินเชื่อบ้าน คือการลงทุนอย่างหนึ่งที่คนมักนิยมลงทุนหรือการซื้อที่อยู่อาศัยด้วยการกู้ ปัจจุบันที่อยู่อาศัย บ้าน ทาวน์โฮม และอสังหาริมทรัพย์มีราคาค่อนข้างสูง หากใช้เงินตัวเองคงจะค่อนข้างลำบากแย่เลยในยุคสมัยนี้ ดังนั้นการขอสินเชื่อบ้านจะต้องมีความรู้ให้มาก ศึกษาดูหรืออ่านรายระเอียดให้ครบ ถ้าเรามีความรู้ เตรียมมาดี การขอสินเชื่อก็สามารถผ่านการอนุมัติจากสถาบันการเงินได้ไม่ยาก วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่าครับ

สินเชื่อบ้าน คืออะไร

ก่อนจะไปดูรายละเอียดอื่น ๆ ต้องรู้ข้อมูลส่วนนี้ก่อน สินเชื่อบ้าน เป็นเงินกู้รูปแบบหนึ่วที่ทำการกู้ยืมมาจากธนาคารหรือสถาบันการเงินในระยะยาว เพื่อนำมาสร้างหรือซื้อบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ ทาวโฮม และทาวเฮาท์ ตามต้องการ ซึ่งผู้อยู่อาศัยเองจะต้องทำมีสิ่งค้ำประกันจำนอง หรือ อยาก รีไฟแนนซ์บ้าน คือ คุณมีสินเชื่อบ้านอยู่แล้ว แต่อยากเปลี่ยนสถาบันการเงินใหม่ โดยไถ่ถอนจากสินเชื่อเดิมไปธนาคารใหม่ นั่นเอง ซื้อการการกู้บ้านส่วนมากจะมีอายุมากกว่า 3 ปี ไปจนถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ยตามธนาคารหรือต่อปีอาจจะไม่เท่ากัน แต่ส่วนมากลดหลั่นไปทุกปี

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนจะไปขอสินเชื่อบ้าน

1. รู้เรื่องสินเชื่อบ้านเบื้องต้น

สินเชื่อบ้าน

สิ่งที่ควรรู้ข้อแรกเลยคือ รู้เรื่องสินเชื่อบ้านเบื้องต้น ยิ่งถ้าเป็นมือใหม่ไม่มีประสบการณ์ ต้องศึกษาข้อมูล รายละเอียดสินเชื่อให้ถี่ถ้วน แต่ไม่ได้มีความยุ่งยาก เพียงแค่ทำความเข้าใจไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคือ คำศัพท์เกี่ยวกับการกู้สินเชื่อบ้านมีหลากหลายคำมาก ไม่ว่าจะเป็น

  • วงเงิน คือ จำนวนเงินที่ผู้กู้จะได้ตามธนาคารประเมิน
  • เงินต้น คือ จำนวนเงินจริงที่ผู้กู้ยืมไป
  • ดอกเบี้ย คือ เงินส่วนที่ถูกทางธนาคารคิดเพิ่มเติมขึ้นมาจากผู้กู้
  • งวด คือ การชำระเงินกู้ เช่น 1 เดือน , 6 เดือน หรือ 1 ปี จ่ายครั้ง เป็นต้น
  • ระยะเวลากู้ คือ ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะกำหนดระยะเวลา คือ ตั้งแต่ 10 – 30 ปี หรือสูงสุดถึง 40 ปี

2. รู้สุขภาพการเงินของตัวเอง

การเงิน

แน่นอนว่าการเป็นหนี้ต้องมีหนี้ตอนพร้อม สิ่งที่ควรทำอย่างมาก คือ รู้สุขภาพการเงินของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะว่า สถานะการเงินมีผลต่อการขอสินเชื่ออย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นรายได้ ภาระหนี้สิน คือธนาคารหรือคนที่ที่ตรวจสอบสินเชื่อจะสามารถประเมินได้คร่าว ๆ เราจะได้รู้วงเงินสินเชื่อ  ต้องผ่อนชำระต่อเดือนมากน้อยแค่ไหน แถมยังขึ้นอยู่กับอาชีพและความมั่นคงของรายได้ด้วย

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า เครดิตบูโร หรือ ตรวจบูโร คือมันสามารถตรวจสอบค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน สินเชื่อที่กำลังผ่อนชำระ รวมถึงหนี้คงค้างบัตรเครดิ แถมแสดงหนี้สินปัจจุบัน ประวัติผิดนัดชำระ คือเอาเป็นว่ามีผลต่อชีวิตในการขอสินเชื่อมาก ผ่านไม่ผ่านก็อยู่ที่ตรงนี้แหละ อีกหนึ่งเรื่องเดินบัญชีธนาคารก็สำคัญไม่แพ้กันด้วย

3. รู้เรื่องดอกเบี้ย

ดอกเบี้ย

ดอกเบี้ยก็มีผลต่อหัวใจในการขอกู้ไม่แพ้กัน มาเข้าใจคำว่า ดอกเบี้ย กันก่อนมันคือ เงินที่ผู้กู้จะต้องชำระให้กับผู้ให้กู้เพิ่มเติม อันนี้ไม่ใช้เงินกู้ต้นที่กู้นะครับ เป็นส่วนที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งสินเชื่อบ้านมักตะคิดดอกเบี้ยอัตราที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว และยังมีวิธีคิดดอกเบี้ยที่ต่างจากประเภทสินเชื่อประเภทอื่น เพราะว่า หนี้จากการกู้เงินซื้อบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ อาจจะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ของให้หลายคน ดอกเบี้ยเลยค่อนข้างต่ำ แต่ดอกเบี้ยก็ปรับขึ้นปรับลงได้ อันนี้ก็งงเหมือนกัน!

แล้ว ลดต้นลดดอก มันคืออะไร คือมันเป็นวิธีคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อซื้อบ้านที่ธนาคารมักจะใช้คำนวณ การคิดดอกเบี้ยตามจำนวนเงินต้นที่เหลืออยู่ เมื่อเราชำระเงินกู้ไปเรื่อย ๆ ยอดเงินต้นจะลดลง ทำให้สัดส่วนดอกเบี้ยลดลงไปในแต่ละงวดด้วยนั่นเอง แถมยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ปลดหนี้ได้ไวอีกด้วย

วิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารก็จะมีอยู่ 2 วิธี ได้แก่

อัตราดอกเบี้ยของธนาคาร
รูปจาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์
  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยที่มีการกำหนดตัวเลขแน่นอน มักจะกำหนดในช่วง 1-3 ปีแรกในการผ่อน ทำให้ทราบจำนวนที่ต้องจ่ายอย่างแน่นอน สามารถวางแผนการเงินล่วงหน้า และควบคุมค่าใช้จ่ายได้
  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงตามข้อกำหนดแต่ละธนาคาร ปรับขึ้นลงตามสถานการณ์ตลาดการเงิน ไม่สามารถกำหนดได้ และอาจจะแตกต่างกันขึ้นกับความเสี่ยงของผู้กู้ สำหรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมักจะใช้อัตราดอกเบี้ย MRR และ MLR เป็นหลัก

(ข้อมูลจาก blog.ghbank.co.th)

4. รู้จักผลิตภัณฑ์สินเชื่อ

สินเชื่อบ้านสุขสันต์ (Re-in)

ปัจจุบันสินเชื่อบ้านจากธนาคารต่าง ๆ  ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเลยก็ว่าได้ แถมยังมีหลายประเภทที่ตอบโจทย์เรื่องบ้าน เช่น สินเชื่อเพื่อต่อเติม/ซ่อมแซมบ้าน , สินเชื่อเพื่ออยู่อาศัย เป็นต้น โดยแต่ละโครงการสินเชื่อจะมีความแตกต่าง โดดเด่นออกไป ไม่ว่าจะเป็น เงื่อนไข วัตถุประสงค์ อัตราดอกเบี้ยต่อปี ค่าธรรมเนียมลดหย่อน อื่น ๆ ต้องเลือกโครงการเงินกู้ที่ใช่ แล้วเอามาเปรียบเทียบ ถ้าไม่แน่ใจถามพนักงานธนาคารได้เลย เพราะความคุ้มค่าแตกต่างกันออกไปด้วยนั่นเอง

5.รู้จักวิธีบริหารหนี้สิน และผ่อนชำระ

เงิน หนี้สิน

เมื่อเราทำเรื่องกู้ผ่าน เท่ากับว่าเราเอาก้าวเท้าสู่การเป็นหนี้แล้วครึ่งหนึ่ง เราจะต้องวางแผนการเงินให้ดี แบ่งรายรับรายจ่ายออกมาเป็นสัดส่วน หรือตั้งระบบตัดบัญชีเพื่อจ่ายค่างวดในแต่ละเดือนแบบอัติโนมัติก็ได้ ซึ่งการรู้จักบริหารหนี้สินหรือการผ่อนชำระ จะแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของผู้กู้ ถ้าเราบริหารจัดการหนี้สินหรือผ่อนชำระไม่ตรง ส่งผลให้มีประวัติติดค้างชำระหนี้ในเครดิตบูโร ซึ่งมีผลต่อในอนาคตมาก ๆ ดังนั้นต้องชำระหนี้ให้ตรงเวลา เพราะมีส่วนที่ทำให้ปลดหนี้ได้ไวมากขึ้นนั่นเอง

สรุป สินเชื่อบ้าน

เอาเข้าจริง ๆ รายละเอียดของ สินเชื่อบ้าน ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย เพียงแค่เราค่อย ๆ ทำความเข้าใจ เตรียมตัวด้านการเงิน รู้จักเรื่องดอกเบี้ยและประเภทสินเชื่อ คือเสิร์ชอินเทอร์เน็ตก็มีคนแชร์ความรู้เรื่องนี้มากมายเลย ถ้าไม่แน่ใจ เราสามารถสอบถามกับทางธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านโดยตรงได้ แต่อย่าลืมว่า วินัยก่อนกู้และหลังกู้สำคัญจริง ๆ ปัจจุบันมีบ้านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว


สามารถติดตามเรื่องเกี่ยวกับการเงินได้ที่ เท่าทันทุกเรื่องการเงินกับ Beefinan

Supawit Nitipatnakun