BEEFINAN

เงินฉุกเฉิน ต้องเก็บเท่าไหร่ถึงจะพอ มันสำคัญมากแค่ไหน

เงินฉุกเฉิน ต้องเก็บเท่าไหร่ถึงจะพอ มันสำคัญมากแค่ไหน

เงินฉุกเฉิน เป็นเงินออมก้อนแรกที่ทุกคนควรจะเตรียมให้พร้อมเลย หลายคนอาจจะมีคำถามว่า ทำไมต้องเก็บหรือเตรียม? เพราะว่า เหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นหรือมีเหตุการณ์อะไรที่เราไม่ได้เตรียมตัว ต้องใช้เงินกะทันหันเร่งด่วน เช่น เข้าโรงพยาบาล , เกิดอุบัติเหตุ ,ซ่อมรถยนต์, ตกงาน ฯลฯ โดยในบทความนี้เอง เราจะพามาดูกันว่าเงินฉุกเฉินมันสำคัญแค่ไหน รวมไปถึงต้องเก็บมาแค่ไหนถึงจะเรียกว่าพอ

เงินฉุกเฉินควรเอามาใช้ตอนไหน

เงินฉุกเฉิน ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า ต้องใช้กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ต้องหยิบออกมาใช้แบบทันทีกะทันหัน นิสัยของผู้คนส่วนใหญ่ เมื่อมีค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินจำนวนไม่มากเข้ามา มักจะนำเงินส่วนตัวออกมาใช้ก่อน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหรือพังต้องซื้อใหม่มาทดแทน แต่ถ้าต้องจ่ายเป็นเงินก้อนหรือปัญหามันใหญ่ต้องใช้เงินเยอะทีเดียว อาจเป็นเรื่องยากที่ต้องหามาจ่ายทันที ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทีเดียวจำนวนมาก ได้แก่

1. ประสบอุบัติเหตุ

ประสบอุบัติเหตุ

เงินฉุกเฉินที่มักจะถูกหยิบออกมาใช้และยังเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างแน่นอนกับ ค่ารักษาเมื่อประสบอุบัติเหตุที่มีค่าใช้จ่ายที่มันสูงหรือมีอาการที่หนักมักจะมีค่ารักษาตัวในโรงพยาบาลมากกว่าปกติเข้าไปด้วย ซึ่งถ้าไม่อยากนำเงินก้อนมาจ่ายค่ารักษายังมีวิธีที่จะสามารถนำเงินมาจ่ายได้คือ การทำประกันอุบัติเหตุเอาไว้ แล้วทางบริษัทประกันจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้นั่นเอง

2. ตรวจพบโรคร้ายแรงที่ต้องรีบรักษา

ตรวจพบโรคร้ายแรงที่ต้องรีบรักษา

อีกหนึ่งสาเหตุเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีกอย่างเลย คือ ตรวจพบโรคร้ายแรงที่ต้องรีบรักษา นั่นเอง ส่วนใหญ่เมื่อเราตรวจพบจะต้องรีบเข้ารักษาทันที แน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาคือ ค่ารักษาระยะยาวที่ต้องจ่ายตลอดการรักษา แนะนำทางออกสำหรับผู้ที่เงินออมฉุกเฉินจำนวนไม่มาก ให้ทำประกันชีวิตหรือประกันโรคร้ายแรงที่สามารถคลุมครองการรักษาโรคร้ายแรงจะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้นั่นเอง

3. ขาดรายได้กะทันหัน

ขาดรายได้กะทันหัน

ขาดรายได้กะทันหันก็น่ากลัวเอาเรื่อง เรียกได้ว่าเงินฉุกเฉินสามารถช่วยให้คุณใช้จ่ายในช่วงที่คุณขาดรายได้ ยกตัวอย่างสถานการณ์ คือ คุณเป็นแม่ค้าขายของตามตลาดนัด วันหนึ่งตลาดเจ๋งหรือล้มละลายต้องขายตลาดทิ้ง คุณไม่สามารถขายของได้ เป็นต้น รวมไปถึงทุกคนที่ว่างงาน สภาพการเงินไม่คล่องตัวเท่าที่เคย ดังนั้นเงินฉุกเฉินจำเป็นมากเลยทีเดียว

เก็บเงินฉุกเฉินไว้ที่ไหนดี

เมื่อเราตัดสินใจจะเก็บเงินฉุกเฉิน จะต้องแยกกองเงินหรือจำแนกรายรับรายจ่ายให้ได้ก่อน เพราะว่าเงินฉุกเฉินมันคือเงินที่ต้องหยิบออกมาในสถานการณ์ที่พร้อมออกมาใช้ ไม่แนะนำให้เอาเงินไปซื้อหุ้นหรือซื้อกองทุนที่ความเสี่ยงสูง อันนี้ไม่แนะนำ เพราะว่ามีความเสี่ยงที่เงินต้นมันจะหายไม่ได้เท่าตอนที่ลงทุนนั่นเอง แล้วจะเอาเงินไปเก็บที่ไหนให้ปลอดภัย วันนี้เรามีมาแนะนำที่เก็บ 2 ที่ ดังนี้

1. เปิดบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง

เปิดบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง

แน่นอนว่า หลายธนาคารมีบริการให้คุณสามารถเปิดบัญชีเงินฝากที่ได้ดอกเบี้ยสูงเอาไว้อยู่แล้ว ซึ่งถ้าคุณยิ่งคุณออมเงินไปในบัญชีนั้นมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้ดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้นนั่นเอง โดยแต่ละธนาคารก็มีเงื่อนไขในการฝาก เพื่อกระตุ้นให้คุณมีวินัยในการออมเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

2. เอาไปซื้อกองทุนรวม

เอาไปซื้อกองทุนรวม

อีกหนึ่งวิธ๊เอาเงินไปเก็บเงินฉุกเฉินก้อนนี้ไปเก็บที่ไหนดี แนะนำให้มองหากองทุนสักตัวหนึ่งที่ให้ดอกเบี้ยจากการซื้อและมีความเสี่ยงต่ำ อย่าเอาไปลงทุนความเสี่ยงสูง จากนั้นทำการซื้อในราคาเท่าเท่าเดิมทุกเดือนหรือเรียกว่า DCA นั่นเอง เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเงินเก็บฉุกเฉินให้มากขึ้นจากการปรับตัวขึ้นของราคากองทุน แต่จะไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้ทันที จะต้องรอทำการ 2-3 วันหลังขอถอนคืน

เงินฉุกเฉินต้องเก็บเท่าไหร่

หลายคนตั้งคำถามแล้วว่า เงินฉุกเฉินต้องเก็บเท่าไหร่มันถึงจะพอ สำหรับการเก็บเงินฉุกเฉินหลายคนแนะนำให้สำรองอยู่ที่ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน เช่น สมมุติว่ามีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน และมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 12,000 บาทต่อเดือน คุณก็ควรจะต้องมีเงินเก็บฉุกเฉินอยู่ที่ 36,000-72,000 บาท เพื่อนำมาใช้จ่ายในยามที่คุณเกิดว่างงานกะทันหันนั่นเอง

ก่อนเริ่มเก็บเงินฉุกเฉินควรทำอย่างไร

ก่อนเริ่มเก็บเงินฉุกเฉินควรทำอย่างไร

สำหรับการเริ่มเก็บเงินฉุกเฉินมันควรที่จะเริ่มที่เทท่าไหร่หรือเก็บเงินเดือนเท่าไหร่ดี เดือนละ 500 บาท หรือ สำหรับคนที่ยังนึกไม่ออกว่าจะดึงเอาค่าใช้จ่ายส่วนไหนมาออมเป็นเงินฉุกเฉินดี อาจจะเริ่มจากดูจากค่าใช้จ่ายประจำของเราก่อน (แต่ละคนค่าใช้จ่ายแตกต่างกันอออกไป) เช่น

  • ค่าผ่อนบัตรเครดิต
  • ค่าผ่อนสินเชื่อเงินกู้
  • ค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น

ส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่คุณสามารถควบคุมได้ โดยทำการติดต่อกับธนาคารหรือเจ้าหนี้เพื่อทำการยืดระยะเวลาผ่อนชำระ คุณจะเสียค่างวดลดลงอาจจะทำให้มีเงินหักมาสำหรับเก็บในบัญชีเงินฉุกเฉินได้นั่นเอง อีกวิธีหนึ่งคือการลดค่าใช้จ่ายรายเดือนให้ถูกลง เช่น ค่ารายเดือนอินเทอร์เน็ตที่อาจจะโทรไปสอบถามโปรโมชั่นที่ถูกลง แต่การใช้งานยังคงคุ้มค่าอยู่ เพื่อดึงเอาส่วนต่างมาเก็บเอาไว้ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจมาก ๆ

สามารถติดตามเรื่องเกี่ยวกับการเงินได้ที่ เท่าทันทุกเรื่องการเงินกับ Beefinan

Waruntorn Hiratwatnaku