BEEFINAN

แหล่งสร้างรายได้ใหม่ บน NFT ทรัพย์สินเงินดิจิตอล ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในยุคปัจจุบัน

NFT ย่อมาจาก Non-Fungible Token เป็นชื่อของเหรียญคริปโตเคอเรนซี่อีกประเภท ที่อยู่ในรูปแบบของทรัพย์สินดิจิทัล ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกที่ไม่สามารถทำซ้ำหรือคัดลอกของกันได้ ต่อให้มีการ copy หรือมีการบีบอัดขึ้นมาใหม่ แน่นอนเลยว่าก็จะมีเพียงของจริงอยู่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่สามารถนำมายืนยันให้กับคนทั่วโลกได้สามารถมองเห็น จึงทำให้ Token NFT มีรูปแบบเหมือนกับโฉนดที่ดิน ที่สามารถนำมาแสดงความเป็นเจ้าของเพียงแค่ผู้ถือครองคนเดียวเท่านั้น

เพราะฉะนั้นการที่มี NFT ส่วนใหญ่แล้วเราจะมุ่งเห็นไปในผลงานของศิลปะ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของเพลง Video ของสะสม การ์ดเกม การ์ตูน รวมถึงผลงานแฟชั่นต่างๆของคนที่มีชื่อเสียง และสิ่งของที่หายากมากที่สุดซึ่งมีชิ้นเดียว จึงทำให้นำมาแปรรูปเป็น  NFT เพื่อนำมาแสดงเป็นเจ้าของ หรือการออกใบรับรองว่าสิ่งนี้คือสิ่งเดียวในโลก และมีเพียงเจ้าของเดียวเท่านั้นที่ทำการถือ  NFT อยู่ในปัจจุบันนั่นเอง โดยทรัพย์สินที่มีมูลค่าโดยที่สามารถจับต้องได้ สัมผัสได้ จึงได้รับความนิยมสูงสุดในยุคปัจจุบัน แถมยังมีใบรับรองที่มีในลักษณะ  NFT ในการซื้อขาย ซึ่งสามารถทำการ ยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้สิ่งของต่างๆเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย 

ทรัพย์สินเงินดิจิตอล

NFT กับ Cryptocurrency ต่างกันอย่างไร 

  •  NFT แต่ละเหรียญจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมัน จะไม่สามารถทำการทดแทนกันได้ จึงทำให้เหรียญชนิดนี้ต่างจากคริปโตเคอเรนซี่ ที่มีการซื้อขายกันตลอดเวลา จึงทำให้ความแตกต่างเหล่านี้ไม่สามารถนำมายกระดับได้เช่น เมื่อทำการซื้อขายเงิน 100 บาท การให้แบงค์ร้อยไปในช่วงระยะเวลา 2 นาทีที่แล้ว และทำการซื้อแบงค์ร้อยคืนเข้ามาในช่วงเวลานี้ แน่นอนเลยว่าหากอยู่ในรูปแบบของ NFT นั่นหมายความว่าแบงค์ 100 นั้นเป็นแบงค์ 100 ใหม่ที่ไม่ใช่เงินเดิมที่เราเคยถืออยู่ เพราะฉะนั้นความแตกต่างระหว่าง  NFT และ Cryptocurrency จึงมีอยู่ตรงนี้นั่นเอง 
NFT กับ Cryptocurrency ต่างกัน
  • NFT ทำการใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายในรูปแบบสินค้าไม่ได้ แน่นอนเลยว่าเราไม่สามารถนำ NFT ไปซื้อสินค้าตัวอื่นได้ยกเว้นแต่จะนำมาแลกเป็น Cryptocurrency เหรียญได้เหรียญหนึ่งที่ทางสินค้าลองนัดอีกครั้ง จึงจะสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเช่น เมื่อเราต้องการจ่ายค่าอาหารและสินค้าต่างๆ ทางร้านได้ทำการรับ Ethereum หรือ bitcoin เท่านั้น เราจะต้องนำ NFT ทำการซื้อขายในบล็อกเชน จากนั้นนำมาแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญใดเหรียญหนึ่ง และทำการแลกเปลี่ยนกับสินค้าอีกรอบ จึงทำให้เหรียญประเภทนี้ค่อนข้างจะมีข้อจำกัดต่างจากเหรียญประเภทอื่นเช่นกัน 
  • มีการซื้อขายในรูปแบบของ NFT ที่เต็มหน่วยเท่านั้น โดยค่าย่อยจะอยู่ในรูปแบบของ 0.000001 ตามเงินลงทุนที่เราได้ทำการซื้อขายเข้าไปในมูลค่า 1 หน่วย จากนั้นจะทำการซื้อขายหน่วยย่อยเพื่อที่จะทำการทำกำไรของในมูลค่าเหรียญไม่ได้ มีแต่จะต้องทำการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์หรือสินค้าต่างๆที่ถือเอาไว้ จึงจะทำให้มูลค่าต่างๆเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นในขณะที่มีการซื้อขาย หรือในการแปรผันเป็นเหรียญอื่นๆนั่นเอง ซึ่งแน่นอนเลยว่าจุดเด่นต่างๆของเหรียญชนิดนี้ จะทำให้ค่าผันผวนมีน้อยเป็นอย่างมาก แถมมูลค่ายังจะสูงขึ้นเรื่อยๆตามระยะเวลา และค่านิยมของสินค้าและสิ่งของต่างๆที่ได้ทำการสะสมนั่นเอง 
สกุลเงินคริปโต

แน่นอนเลยว่าสำหรับใครที่ต้องการเก็บผลงานชิ้นใดชิ้นหนึ่งเข้ามา ซึ่งอาจจะเป็นงานศิลปะ คลิปวีดีโอ ของสะสม เสื้อผ้า แสตมป์ การ์ดเกม ซึ่งแน่นอนเลยว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ซึ่งเราต้องการทำการจดลิขสิทธิ์เป็นของเราเอง เราจะสามารถสร้างผลงานต่างๆเหล่านี้ให้มีมูลค่าเพิ่มมากยิ่งขึ้น ด้วยการที่นำไปจด Token NFT และทำการขายต่อหรือโอนกรรมสิทธิ์ต่างๆโดยที่ไม่ต้องผ่านกลาง เพราะฉะนั้นระบบบล็อกเชนต่างๆจะทำธุรกรรมที่ทำให้คุณมีของที่มีมูลค่าสูงมากยิ่งขึ้น แถมยังมีความปลอดภัยกับชิ้นงานและสิ่งของต่างๆ จึงทำให้ผู้ที่รับใช้ผู้ที่ขายรู้สึกสบายใจอย่างมาก ด้วยมูลค่าต่างๆเหล่านี้จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ชิ้นงานต่างๆได้ จะต้องมีการตกลงทั้งสองฝ่าย โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องติดต่อกันโดยตรง แต่เป็นการนำมาวางขายบนบล็อกเชน ซึ่งผู้รับอาจจะมีการแลกเปลี่ยนเป็นมูลค่าต่างๆของสกุลเงินคริปโตสกุลเงินใดใช้เงินหนึ่ง